‘ลีฟวิ่งวิทเดอะไทเกอร์เป็นการค้นพบที่แท้จริง. อย่างเงียบๆ, ภาพยนตร์อันยอดเยี่ยมได้ถูกสร้างขึ้นแล้ว - - ไปชมดูด้วยตัวเอง’ ลี แกรนท์, นักแสดงและผู้กำกับภาพยนตร์รางวัลออสการ์

‘ลืมฮอลลีวู๊ดไปได้เลย, มีแต่ชีวิตจริงเท่านั้นที่จะสามารถสร้างบทภาพยนตร์อย่างนี้ให้คุณได้. และเช่นเดียวกับชีวิตจริง, คุณไม่สามารถรู้ได้ว่าเรื่องราวจะออกมาในรูปแบบไหน’ จิม พอลลาร์ด, หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น

 

JavaScript is disabled!
To display this content, you need a JavaScript capable browser.

ลีฟวิ่งวิทเดอะไทเกอร์เป็นเรื่องราวชีวิตจริงด้านลึกที่เต็มไปด้วยแรงขับ เคลื่อนของเด็กกำพร้าติดเชื้อเฮชไอวีกลุ่มหนึ่งในประเทศไทยซึ่งถูกสังคมทอด ทิ้งและไม่ยอมรับ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาคุณไปติดตามดูชีวิตของเด็กผู้แสดงหลักสองคนในช่วงระยะ เวลานานกว่าสามปี และชี้ให้เห็นว่าเด็กสองคนนี้ต้องเจอกับปัญหาอะไรบ้างเมื่อพวกเขาพยายามจะ กลับไปสู่ครอบครัวและชุมชนที่เคยทอดทิ้งไม่ยอมรับพวกเขามาก่อน และทั้งที่ต้องพบเจอประสบการณ์อันน่าเศร้ามามากมาย เด็กๆกลุ่มนี้ได้ก้าวเข้าไปสู่การผจญภัยครั้งใหม่ที่แทบไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ สำหรับเด็กต่างจังหวัดอย่างพวกเขา นั่นคือ, การได้แสดงโอเปร่า...

 

get-the-dvd

มาร่วมเป็นคนแรกที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ ! ร่วมบริจาคสมทบทุนวันนี้เพื่อรับดีวีดีรุ่นเฟสติวัลเอดิชั่น

 

spread-the-word

widget3

มาร่วมสร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้กับเด็กๆและผู้คนอีกหลายๆคนที่ตกอยู่ใน สถานการณ์เดียวกัน เราไม่มีบริษัทประชาสัมพันธ์และงบประมาณมากในการโฆษณา จึงขอเชิญทุกท่านมาร่วมกันติดตั้งวิดเจ็จในหน้าเฟซบุ๊ค, บล๊อก หรือในอีเมลของคุณ

Living with the Tiger

There are no translations available.

Alec-filming

Alec filming in Baan Gerda

The recent colour correction and final parts of post production were completed in the London studios of Pixel Kitchen. One of the directors, Alec Ceschi, has been supporting Baan Gerda for the last few years;

How did you get involved with the film and Baan Gerda?

"After my first visit to Baan Gerda in 2007 I met Karl and Mike and, since I have a background in television and filmmaking, they asked for help developing and filming the documentary. The days spent with the team filming the various stages of the project were extremely enjoyable and fulfilling."

What do you hope the film will achieve?

"The main aim of the film is to stimulate awareness of the stigma attached to HIV affected people and children in particular. I hope that it will help the process of re-integration of these children in to their communities and into the broader society, both in Thailand and in other countries in the world where the problem exists. I believe that Baan Gerda is primarily a "half way house" in a sense, the best place for these kids to be cared for in a family environment and grow healthy and happy, but the real challenge will be in helping them after they will inevitably have to leave that wonderful place and hopefully get the same opportunities as others to get jobs and live a normal, fulfilling life."

JavaScript is disabled!
To display this content, you need a JavaScript capable browser.

เมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมาเพื่อนของเราคนหนึ่งจากสมาคมแนวร่วมภาคธุรกิจไทยต้านภัยเอดส์ได้เล่าถึงประสบการณ์ที่ไปเจอมาจากร้านอาหารแห่งหนึ่งว่าเธอได้ไปรับประทานอาหารกับเพื่อนร่วมงานที่นั่นและระหว่างนั้นก็ได้พูดคุยกันถึงปัญหาต่างๆที่เกี่ยวกับโรคเอดส์ จากนั้นเธอก็สังเกตเห็นว่ากลุ่มคนที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไปได้ขอย้ายโต๊ะออกไปนั่งข้างนอก สักพักต่อมาผู้จัดการร้านอาหารจึงได้มาบอกกับเธอว่าคนกลุ่มนั้นได้ยินบทสนทนาของพวกเธอจึงขอย้ายโต๊ะไปเพราะเข้าใจว่ากลุ่มของพวกเธออาจจะเป็นผู้ติดเชื้อ

นี่เป็นเรื่องที่ฟังแล้วน่ากังวลใจเพราะมันบอกให้รู้ว่ายังมีคนอีกมากที่ยังไม่รู้ไม่เข้าใจและยังมีความหวาดกลัวต่อผู้ติดเชื้อโรคนี้อยู่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นปัญหาใหญ่ต่อเด็กๆจากบ้านแกร์ด้าต่อไปในอนาคต โชคดีที่นักศึกษากลุ่มหนึ่งซึ่งได้ชมภาพยนตร์ของเราเร็วๆนี้มีความเปิดกว้างและยอมรับได้ดีกว่านั้นมาก นักศึกษาเหล่านั้นก็คือกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครซึ่งเราได้นำภาพยนตร์ไปออกฉายสามครั้งแล้ว

และในการนำภาพยนตร์ไปฉายทั้งสามครั้งนั้นมีอยู่ครั้งหนึ่งได้เกิดเหตุการณ์น่าประทับใจขึ้นซึ่งพวกเราจำกันได้ดี นั่นคือหลังจากจบช่วงตอบคำถามท้ายรายการแล้ว มีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งเดินเข้าไปกอดให้กำลังใจปลา ซึ่งแม้โดยทั่วไปวิธีการแสดงออกดังกล่าวจะไม่เป็นที่นิยมนักในวัฒนธรรมไทย แต่การที่นักศึกษาคนนี้เข้าไปกอดให้กำลังใจปลาต่อหน้าเพื่อนๆนักศึกษากว่าร้อยห้าสิบคนสื่อถึงการเปิดกว้างและการยอมรับได้เป็นอย่างดีจึงเกิดเป็นภาพที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง เมื่อดูจากวีดีโอด้านบนจะเห็นว่าปลาเองก็ออกอาการเขินทีเดียว

และที่การนำภาพยนตร์ไปฉายทั้งสามครั้งนี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะความช่วยเหลือของ อ.เดฟ และ ดร. สิรินันท์ ซึ่งเป็นผู้ที่เชื่อมั่นว่านักศึกษาจะเรียนรู้อะไรได้หลายอย่างจากภาพยนตร์เรื่องนี้ ทั้งสองท่านได้ช่วยกันประสานงานในการฉายภาพยนตร์และประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษามาเข้าร่วมกิจกรรม อย่างไรก็ดี อ.เดฟกล่าวว่ามีเรื่องน่าผิดหวังอยู่บ้างเหมือนกันตรงที่มี อ.บางท่านไม่เข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรมที่เราจัดขึ้น ...“ทำไมเราต้องฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย แล้วมันเกี่ยวกับการเรียนวิชาอะไร’’... ซึ่งเป็นมุมมองหนึ่งที่โรงเรียนส่วนใหญ่มักจะคิดคล้ายๆกันคือพยายามหลีกเลี่ยงการพูดถึงเรื่องต้องห้ามและเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเพศศึกษา

อย่างไรก็ตามเราได้รับการตอบรับและสนับสนุนอย่างดีจากบรรดานักศึกษา โดยเฉพาะจากนักศึกษาหญิงอีกคนหนึ่งที่เราจะเห็นได้จากในวีดีโอ เธอลุกขึ้นยืนและกล่าวกับปลาว่า “...เรารู้ว่าคุณอยากให้ทุกๆคนเข้าใจคุณ มองคุณในแง่ใหม่ คุณทำได้แล้วค่ะ หลายๆคนในห้องนี้เปลี่ยนแง่คิดเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อ HIV...’’

นี่เป็นความแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างความเปิดกว้างและยอมรับกับความไม่รู้และไม่พยายามเปิดรับของใครหลายๆคนที่ยังคิดว่าการนั่งไกล้กับคนที่สนทนากันเรื่องโรคเอดส์เป็นเรื่องเสี่ยง


ไมค์

There are no translations available.

Photo_3Many people have been asking about Bruce Gaston's musical 'A Boy and a Tiger'. The original première was meant to be a couple of years ago but it kept getting delayed for numerous reasons.

Finally, we are delighted that it will now take place on May 5th from 7- 9 PM at Impact Arena, Bangkok. About 12 of the children will feature in the musical and they have been busy rehearsing every day for the last month.

The story is inspired by the book 'Life of Pi' by Yann Martel who received the Booker Prize for his novel in 2002. It features a young boy named Pi Patel and his journey across the ocean and how to survive on a small life boat that has a 450 pound Bengal Tiger.

In addition to the Baan Gerda children, the lead singers and the musicians who will be taking part in this performance come from different international schools and music colleges in Bangkok. They are also joined by Myra Maneepatsorn Molloy, the winner of Thailand‘s got Talent 2011.

The event is being sponsored by Rotary as part of their international convention that runs from May 5th- 8th 2012. Tickets cost $25 and any profits will go to supporting Baan Gerda. Bookings can be made through Khun Moo - อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

There are no translations available.

mixing int the studio

Mixing in the studio

The score for Living with the Tiger was a collaboration between composers John Califra in New York, and Anthony Drennan in Ireland.

I asked John what attracted him to this project...

"I think that this is obviously, a worthy and interesting undertaking - one of those rare opportunities for a composer to involve himself in something of genuine value. There are depths of tragedy and there's great hope and humanity - all focused through the eyes of these kids. Personally, I regard the documentary film score as presenting certain creative challenges for the composer that are more interesting than those of dramatic films.

What were the challenges in putting the score together?

"For a music score to do this film the justice it deserves it must do more that simply "work"  or even, work well.  The music must somehow convey the humanity which lies at the heart of the film - and do it in a way that is simple, direct and memorable. The music needs to articulate the lives and backgrounds of the children and the effect which their participation in this project has had upon them.  This, of course, is something separate from the opera.  The difficult part is to infuse the score with the necessary relevance, beauty and pathos while not diminishing the impact of the opera."

Lido, Orchard Rd

ว๊าว...ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “ลีฟวิ่ง วิท เดอะ ไทเกอร์” ได้ไปออกฉายในโรงภาพยนตร์สุดหรูบนถนนออร์ชาร์ดประเทศสิงคโปร์ ! ใครเล่าจะคิดถึง ! ว่าเราจะได้ไปฉายอยู่ในโรงติดกันกับโรงที่กำลังฉายภาพยนตร์ทำเงินมหาศาลเรื่องล่าสุดของแบรด พิทท์ ความแตกต่างระหว่างความอลังการที่มีแต่เปลือกนอกของภาพยนตร์จากโลกฮอลลีวู้ดกับภาพยนตร์สารคดีภาษาต่างประเทศงบน้อยที่เล่าเรื่องจริงอันเป็นประเด็นต้องห้ามของสังคมอย่างภาพยนตร์ของเรานั้นช่างห่างไกล ทั้งนี้จึงต้องขอแสดงความขอบคุณแด่เทศกาลภาพยนตร์แห่งประเทศสิงคโปร์ที่ทำให้เราได้มีโอกาสพิเศษเช่นนี้

นอกจากนั้น ในช่วงเวลากว่าสิบวันที่เราอยู่ที่สิงคโปร์ เรายังได้มีโอกาสนำหนังไปออกฉายยังวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่ง สิ่งที่กระทบความรู้สึกผมมากที่สุดในตัวบรรดาครูอาจารย์และนักเรียนที่นั่นคือความปรารถนาไคร่รู้ไคร่เรียนของพวกเขาที่มีมากมายแม้แต่ในเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้หรือให้ความสนใจมาก่อนเลย นอกจากนั้นยังมีโรงเรียนอีกหลายแห่งเช่นกันที่ต้อนรับและเปิดโอกาสให้เรานำหนังไปฉายให้นักเรียนดู รวมทั้งให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการซักถามถึงประเด็นในหนังด้วย มาเถอะครับโรงเรียนในประเทศไทย เราเสนอโอกาสให้เราได้นำหนังไปฉายให้นักเรียนได้ดู ให้นักเรียนได้พบปะทำความรู้จักกับปลาโดยตรงและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเอดส์และความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับคนที่ติดโรคนี้ให้กับนักเรียนด้วย ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น รีบคว้าโอกาสนี้เถอะครับ

ยังมีผู้ที่ผมต้องการกล่าวถึงเป็นพิเศษในการไปสิงคโปร์คราวนี้อีกได้แก่เหล่านักเรียนจากโรงเรียนนานาชาติออสเตรเลีย ทั้งนี้เมื่อผมทราบว่าเราจะไปฉายภาพยนตร์ให้เด็กอายุสิบสองสิบสามปีราวสองร้อยคนดู ผมก็เกิดความกังวลว่าเด็กๆอาจจะยังเล็กเกินไปและอาจจะไม่สนใจหนังของเรา แต่อย่างไรก็ตามเมื่อฉายหนังจบเราจะมีช่วงที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมถามคำถามเกี่ยวกับหนังได้ ซึ่งในช่วงนี้เองเราจะสามารถบอกได้ว่าผู้ชมมีความสนใจและเข้าใจตัวหนังได้ดีมากน้อยเพียงไร ซึ่งผมก็ต้องประหลาดใจและดีใจที่เหล่านักเรียนในวันนั้นพากันถามคำถามต่างๆเกี่ยวกับหนังกันอย่างมากมาย 

นอกจากนี้ผมยังไคร่ขอแสดงความชื่นชมต่อบรรดานักเรียนจากชมรมบริการชุมชนสถาบันเทมาเส็กโพลีเทคนิคที่ได้ช่วยกันจัดการและประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการฉายภาพยนตร์ของเราในสถาบันของพวกเขา ซึ่งแม้ว่าช่วงนั้นจะเป็นช่วงโรงเรียนหยุดแต่นักเรียนกลุ่มนี้ก็ยังสามารถประชาสัมพันธ์ชักชวนให้เพื่อนนักเรียนมาชมภาพยนตร์ร่วมกันได้ถึงเกือบสองร้อยห้าสิบคนซึ่งถือว่าน่าประทับใจทีเดียว ในการออกฉายภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมแต่ละครั้งส่วนใหญ่ก็มักจะมาจากการดำเนินการของบรรดานักเรียนนั่นเอง

มีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นที่น่าผิดหวังที่สุด นั่นคือเราวางแผนไว้ว่าจะให้ปลาเดินทางไปกับเราด้วยในครั้งนี้ แต่ปลาไม่สามารถขอรับหนังสือเดินทางได้ทันเวลาเพราะปลาไม่มีพ่อแม่หรือผู้ปกครองที่ถูกต้องตามกฎหมายที่สามารถลงชื่อในเอกสารขอหนังสือเดินทางให้ได้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าปลาจะสามารถเดินทางไปกับเราได้ในโอกาสหน้า

และต้องขอขอบคุณคุณ ซูซี่ โซโลมอน จากสมาคมแนวร่วมภาคธุรกิจต้านโรคเอดส์แห่งประเทศสิงคโปร์ ผู้ซึ่งให้ความช่วยเหลือในช่วงของการตอบคำถามเกี่ยวกับโรคเอดส์หลังจากฉายภาพยนตร์จบแล้ว รวมถึงยังให้ความอนุเคราะห์ด้านเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคเอดส์อีกด้วย

ไมค์

บทความ อื่นๆ ...

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL

เริ่มแรก
ย้อนกลับ
1

Language

Newsletter

e-mail address:


Facebook

SHARE

SocialTwist Tell-a-Friend

Events

No events