Living With The Tiger News

There are no translations available.

Photo_3Many people have been asking about Bruce Gaston's musical 'A Boy and a Tiger'. The original première was meant to be a couple of years ago but it kept getting delayed for numerous reasons.

Finally, we are delighted that it will now take place on May 5th from 7- 9 PM at Impact Arena, Bangkok. About 12 of the children will feature in the musical and they have been busy rehearsing every day for the last month.

The story is inspired by the book 'Life of Pi' by Yann Martel who received the Booker Prize for his novel in 2002. It features a young boy named Pi Patel and his journey across the ocean and how to survive on a small life boat that has a 450 pound Bengal Tiger.

In addition to the Baan Gerda children, the lead singers and the musicians who will be taking part in this performance come from different international schools and music colleges in Bangkok. They are also joined by Myra Maneepatsorn Molloy, the winner of Thailand‘s got Talent 2011.

The event is being sponsored by Rotary as part of their international convention that runs from May 5th- 8th 2012. Tickets cost $25 and any profits will go to supporting Baan Gerda. Bookings can be made through Khun Moo - อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

There are no translations available.

Tata Young at press conferenceOur recent media event and VIP screening of the film was held at the Enigma Theatre, Paragon in Bangkok to coincide with World AIDS Day. As part of the programme some of the children from Baan Gerda performed a short dance routine for the special guests and press. Tata Young kindly volunteered her time to support the project and chatted to the kids on stage, and also spoke to the audience about the stigma faced by people living with HIV.

MC Kipsan Beck, a long-term supporter of Baan Gerda, ensured that the tone of the event was upbeat and the main message was one of hope. Dr. Anthony Pramualratana from the Thailand Business Coalition on AIDS spoke about this year’s World AIDS Day theme; 0-0-0 or zero AIDS related deaths, zero new HIV transmission and zero stigma and discrimination.

Support from Major Cineplex, Krungsri Bank and Coke allowed us to hold the event and organise the current film tour taking place around Thailand. The Mangpong DVD store chain are selling the Living with the Tiger DVD (with English subtitles) and donating all profits back to the outreach campaign and Baan Gerda. It can also be purchased from 38 shops around the country or their website 

Other guests included His Excellency Ron Hoffman, Canadian Ambassador to Thailand, Khun Vicha Phoolworaluck-Chairman of the Major Cineplex Group, Karl Morsbach founder of Baan Gerda, Kittiyajai Treeakewijit-Chairperson of the Pongsup Group Ltd. (Mangpong) and Dan Harsono-Chief Marketing Officer, Krungsri Bank.

Photos from the event

JavaScript is disabled!
To display this content, you need a JavaScript capable browser.

เมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมาเพื่อนของเราคนหนึ่งจากสมาคมแนวร่วมภาคธุรกิจไทยต้านภัยเอดส์ได้เล่าถึงประสบการณ์ที่ไปเจอมาจากร้านอาหารแห่งหนึ่งว่าเธอได้ไปรับประทานอาหารกับเพื่อนร่วมงานที่นั่นและระหว่างนั้นก็ได้พูดคุยกันถึงปัญหาต่างๆที่เกี่ยวกับโรคเอดส์ จากนั้นเธอก็สังเกตเห็นว่ากลุ่มคนที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไปได้ขอย้ายโต๊ะออกไปนั่งข้างนอก สักพักต่อมาผู้จัดการร้านอาหารจึงได้มาบอกกับเธอว่าคนกลุ่มนั้นได้ยินบทสนทนาของพวกเธอจึงขอย้ายโต๊ะไปเพราะเข้าใจว่ากลุ่มของพวกเธออาจจะเป็นผู้ติดเชื้อ

นี่เป็นเรื่องที่ฟังแล้วน่ากังวลใจเพราะมันบอกให้รู้ว่ายังมีคนอีกมากที่ยังไม่รู้ไม่เข้าใจและยังมีความหวาดกลัวต่อผู้ติดเชื้อโรคนี้อยู่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นปัญหาใหญ่ต่อเด็กๆจากบ้านแกร์ด้าต่อไปในอนาคต โชคดีที่นักศึกษากลุ่มหนึ่งซึ่งได้ชมภาพยนตร์ของเราเร็วๆนี้มีความเปิดกว้างและยอมรับได้ดีกว่านั้นมาก นักศึกษาเหล่านั้นก็คือกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครซึ่งเราได้นำภาพยนตร์ไปออกฉายสามครั้งแล้ว

และในการนำภาพยนตร์ไปฉายทั้งสามครั้งนั้นมีอยู่ครั้งหนึ่งได้เกิดเหตุการณ์น่าประทับใจขึ้นซึ่งพวกเราจำกันได้ดี นั่นคือหลังจากจบช่วงตอบคำถามท้ายรายการแล้ว มีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งเดินเข้าไปกอดให้กำลังใจปลา ซึ่งแม้โดยทั่วไปวิธีการแสดงออกดังกล่าวจะไม่เป็นที่นิยมนักในวัฒนธรรมไทย แต่การที่นักศึกษาคนนี้เข้าไปกอดให้กำลังใจปลาต่อหน้าเพื่อนๆนักศึกษากว่าร้อยห้าสิบคนสื่อถึงการเปิดกว้างและการยอมรับได้เป็นอย่างดีจึงเกิดเป็นภาพที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง เมื่อดูจากวีดีโอด้านบนจะเห็นว่าปลาเองก็ออกอาการเขินทีเดียว

และที่การนำภาพยนตร์ไปฉายทั้งสามครั้งนี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะความช่วยเหลือของ อ.เดฟ และ ดร. สิรินันท์ ซึ่งเป็นผู้ที่เชื่อมั่นว่านักศึกษาจะเรียนรู้อะไรได้หลายอย่างจากภาพยนตร์เรื่องนี้ ทั้งสองท่านได้ช่วยกันประสานงานในการฉายภาพยนตร์และประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษามาเข้าร่วมกิจกรรม อย่างไรก็ดี อ.เดฟกล่าวว่ามีเรื่องน่าผิดหวังอยู่บ้างเหมือนกันตรงที่มี อ.บางท่านไม่เข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรมที่เราจัดขึ้น ...“ทำไมเราต้องฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย แล้วมันเกี่ยวกับการเรียนวิชาอะไร’’... ซึ่งเป็นมุมมองหนึ่งที่โรงเรียนส่วนใหญ่มักจะคิดคล้ายๆกันคือพยายามหลีกเลี่ยงการพูดถึงเรื่องต้องห้ามและเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเพศศึกษา

อย่างไรก็ตามเราได้รับการตอบรับและสนับสนุนอย่างดีจากบรรดานักศึกษา โดยเฉพาะจากนักศึกษาหญิงอีกคนหนึ่งที่เราจะเห็นได้จากในวีดีโอ เธอลุกขึ้นยืนและกล่าวกับปลาว่า “...เรารู้ว่าคุณอยากให้ทุกๆคนเข้าใจคุณ มองคุณในแง่ใหม่ คุณทำได้แล้วค่ะ หลายๆคนในห้องนี้เปลี่ยนแง่คิดเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อ HIV...’’

นี่เป็นความแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างความเปิดกว้างและยอมรับกับความไม่รู้และไม่พยายามเปิดรับของใครหลายๆคนที่ยังคิดว่าการนั่งไกล้กับคนที่สนทนากันเรื่องโรคเอดส์เป็นเรื่องเสี่ยง


ไมค์

Lido, Orchard Rd

ว๊าว...ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “ลีฟวิ่ง วิท เดอะ ไทเกอร์” ได้ไปออกฉายในโรงภาพยนตร์สุดหรูบนถนนออร์ชาร์ดประเทศสิงคโปร์ ! ใครเล่าจะคิดถึง ! ว่าเราจะได้ไปฉายอยู่ในโรงติดกันกับโรงที่กำลังฉายภาพยนตร์ทำเงินมหาศาลเรื่องล่าสุดของแบรด พิทท์ ความแตกต่างระหว่างความอลังการที่มีแต่เปลือกนอกของภาพยนตร์จากโลกฮอลลีวู้ดกับภาพยนตร์สารคดีภาษาต่างประเทศงบน้อยที่เล่าเรื่องจริงอันเป็นประเด็นต้องห้ามของสังคมอย่างภาพยนตร์ของเรานั้นช่างห่างไกล ทั้งนี้จึงต้องขอแสดงความขอบคุณแด่เทศกาลภาพยนตร์แห่งประเทศสิงคโปร์ที่ทำให้เราได้มีโอกาสพิเศษเช่นนี้

นอกจากนั้น ในช่วงเวลากว่าสิบวันที่เราอยู่ที่สิงคโปร์ เรายังได้มีโอกาสนำหนังไปออกฉายยังวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่ง สิ่งที่กระทบความรู้สึกผมมากที่สุดในตัวบรรดาครูอาจารย์และนักเรียนที่นั่นคือความปรารถนาไคร่รู้ไคร่เรียนของพวกเขาที่มีมากมายแม้แต่ในเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้หรือให้ความสนใจมาก่อนเลย นอกจากนั้นยังมีโรงเรียนอีกหลายแห่งเช่นกันที่ต้อนรับและเปิดโอกาสให้เรานำหนังไปฉายให้นักเรียนดู รวมทั้งให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการซักถามถึงประเด็นในหนังด้วย มาเถอะครับโรงเรียนในประเทศไทย เราเสนอโอกาสให้เราได้นำหนังไปฉายให้นักเรียนได้ดู ให้นักเรียนได้พบปะทำความรู้จักกับปลาโดยตรงและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเอดส์และความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับคนที่ติดโรคนี้ให้กับนักเรียนด้วย ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น รีบคว้าโอกาสนี้เถอะครับ

ยังมีผู้ที่ผมต้องการกล่าวถึงเป็นพิเศษในการไปสิงคโปร์คราวนี้อีกได้แก่เหล่านักเรียนจากโรงเรียนนานาชาติออสเตรเลีย ทั้งนี้เมื่อผมทราบว่าเราจะไปฉายภาพยนตร์ให้เด็กอายุสิบสองสิบสามปีราวสองร้อยคนดู ผมก็เกิดความกังวลว่าเด็กๆอาจจะยังเล็กเกินไปและอาจจะไม่สนใจหนังของเรา แต่อย่างไรก็ตามเมื่อฉายหนังจบเราจะมีช่วงที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมถามคำถามเกี่ยวกับหนังได้ ซึ่งในช่วงนี้เองเราจะสามารถบอกได้ว่าผู้ชมมีความสนใจและเข้าใจตัวหนังได้ดีมากน้อยเพียงไร ซึ่งผมก็ต้องประหลาดใจและดีใจที่เหล่านักเรียนในวันนั้นพากันถามคำถามต่างๆเกี่ยวกับหนังกันอย่างมากมาย 

นอกจากนี้ผมยังไคร่ขอแสดงความชื่นชมต่อบรรดานักเรียนจากชมรมบริการชุมชนสถาบันเทมาเส็กโพลีเทคนิคที่ได้ช่วยกันจัดการและประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการฉายภาพยนตร์ของเราในสถาบันของพวกเขา ซึ่งแม้ว่าช่วงนั้นจะเป็นช่วงโรงเรียนหยุดแต่นักเรียนกลุ่มนี้ก็ยังสามารถประชาสัมพันธ์ชักชวนให้เพื่อนนักเรียนมาชมภาพยนตร์ร่วมกันได้ถึงเกือบสองร้อยห้าสิบคนซึ่งถือว่าน่าประทับใจทีเดียว ในการออกฉายภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมแต่ละครั้งส่วนใหญ่ก็มักจะมาจากการดำเนินการของบรรดานักเรียนนั่นเอง

มีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นที่น่าผิดหวังที่สุด นั่นคือเราวางแผนไว้ว่าจะให้ปลาเดินทางไปกับเราด้วยในครั้งนี้ แต่ปลาไม่สามารถขอรับหนังสือเดินทางได้ทันเวลาเพราะปลาไม่มีพ่อแม่หรือผู้ปกครองที่ถูกต้องตามกฎหมายที่สามารถลงชื่อในเอกสารขอหนังสือเดินทางให้ได้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าปลาจะสามารถเดินทางไปกับเราได้ในโอกาสหน้า

และต้องขอขอบคุณคุณ ซูซี่ โซโลมอน จากสมาคมแนวร่วมภาคธุรกิจต้านโรคเอดส์แห่งประเทศสิงคโปร์ ผู้ซึ่งให้ความช่วยเหลือในช่วงของการตอบคำถามเกี่ยวกับโรคเอดส์หลังจากฉายภาพยนตร์จบแล้ว รวมถึงยังให้ความอนุเคราะห์ด้านเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคเอดส์อีกด้วย

ไมค์

siffภาพยนตร์ "Living with the Tiger" ก้าวขึ้นไปสู่เวทีโลก ณ สิงคโปร์ ฟิล์ม เฟสทิวัล ซึ่งเป็นงานแสดงภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่และมีประวัติยาวนานมากที่ของสิงคโปร์รวมทั้งยังเป็นหนึ่งนในการแสดงที่สำคัญที่สุดในภูมืภาคและครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งที่ ๒๔ แล้ว

สิ่งที่รับความสนใจมากที่สุดในงานแสดงภาพยนตร์ครั้งนี้คือเหล่าภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัล ออสการ์ ภาพยนตร์สารคดีสามมิติ และ ภาพยนตร์แนวชีวิตที่มีดารานำชื่อดังอย่าง แบรด แบรด พิตต์ และ ฌอน เพนน์ และมีภาพยนตร์ที่จะฉายทั้งหมดถึง ๑๔๔ เรื่อง ทำไมโอกาสที่คนจะมาสนใจภาพยนตร์ต่างประเทศน้อยมาก อย่างไรก็ดีเราประหลาดใจและปลื้มใจมากที่หนังสือพิมพ์ เสตรท ไทมส์ ยกให้ภาพยนตร์เรื่อง "Living with the Tiger" เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไฮไลต์ของงาน พร้อมทั้งยังแสดงส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เป็นตัวอย่างอีกด้วย

พวกเขากล่าวถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่มีความตึงเครียดมากที่สุด ณ งานแสดงภาพยนตร์ครั้งนี้ แน่นอนที่สุดเนื้อเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้มีความตึงเครียด อย่างไรก็ดีผู้ที่ได้ชมต่างก็น่าจะมีคววามเห็นที่เหมือนกันตรงที่ว่าเด็กๆ ในเรื่องเหล่านั้นก็ไม่ได้แสดงให้เห็นความตึงเครียดแต่อย่างได ตรงกันข้ามพวกเขาดูจะมีความสุขมากกว่า

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาการเราได้ประสบปัญหามากมายในการนำเสนอภาพยนตร์เรื่องนี้เนื่องจากเราไม่มีเนื่อเรื่องที่สามารถทำเงินได้ ด้วยสาเหตุนี้เราขอขอบคุณและยกย่องงานแสดงภาพยนตร์ครั้งนี้ที่เลือกภาพยนตร์ของเรามาแสดงไม่ว่าจะด้วยสาเหุใดก็ตาม เราหวังว่าจะไม่ทำให้พวกเขาผิดหวังและหวังว่าภาพยนตร์ของเราจะสามารถสื่อข้อความที่เราต้องการจะนำเสนอให้ประชาชนรับรู้

หากท่านผู้ใดรู้จักเพื่อนในสิงคโปร์ กรุณาช่วยบอกเล่าถึงงานแสดงภาพยนตร์ครั้งนี่้ บางครั้งการที่เราต้องออกไปหาผู้ชมเล็กๆ น้อยๆ อาจจะฟังดูไม่มีเหตุผลแต่เรามั่นใจว่านี่เป็นสิ่งที่เราต้องทำ อย่าลืมบอกเพื่อนๆ ของท่านเกี่ยวกับการฉายภาพยนตร์เรื่อง "Living with the Tiger" ณ Lido Cineplex ในวันที่ ๒๒ กันยายน นี้นะครับ

ไมค์

บทความ อื่นๆ ...

JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL

เริ่มแรก
ย้อนกลับ
1

Language

SYNDICATION

Newsletter

e-mail address:


Quotes

"It's not often a documentary is so profoundly moving" Heather Stockley

Facebook

SHARE

SocialTwist Tell-a-Friend